![]() |
| ||||||
| |||||||
“แก้ว อยู่ถึงไหนแล้วลูก ?” “แก้วกำลังจะถึงหมู่บ้านแล้วค่ะ แม่เป็นไงบ้าง ? หมอไปหาหรือยัง ?” “มาแล้ว มาแล้ว ดีมากเลย หมอเค้าทำหลังให้แม่ มากด ๆ แล้วก็มาดึงคอให้ รู้สึกโล่งเลย ที่ปวดหัวก็หาย แล้วหมอบอกว่าหนูน่ะ โลหิตจางนะ” แก้วนึกประหลาดใจ “หมอเค้าเอาลูกดิ่งตรวจที่รูปของหนู เค้าบอกว่าอาการที่หนูเป็นน่ะ โลหิตจาง เพราะมีพยาธิ” เธอนึกฉงนเป็นทวีคูณ ผลการตรวจร่างกายประจำปีบอกว่าเธอโลหิตจางจริง แต่เธอไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้คุณแม่ฟัง “คุณหมอกลับไปหรือยังคะ ? นี่แก้วกำลังจะถึงบ้านแล้ว เดี๋ยวแม่ให้หมอรอแป๊บนึง แก้วจะให้คุณหมอตรวจด้วยเลย” “จ๊ะ แม่บอกหมอแล้วว่าให้รอ หมอเขาเดินออกไปที่สโมสร เดี๋ยวคงกลับมา แก้วแวะไปรับหมอที่สโมสรเข้ามาเลยก็ได้นะ” “ค่ะ ๆ ดีค่ะ หมอใส่เสื้อสีอะไรคะ ?” “เสื้อสีส้มจ๊ะ แต่หมอก็เดินออกไปนานแล้วนะ บอกว่าจะไปหาของกิน แก้วแวะรับคุณหมอเข้ามาด้วยแล้วกัน” “ค่ะ ค่ะ” รถแล่นเข้ามาถึงสโมสรหมู่บ้าน แก้วอยู่ในรถมองไปที่ร้านอาหารในสโมสร มีคนใช้บริการอยู่เพียงไม่กี่คน ไม่มีใครใส่เสื้อสีส้ม
เธอขับรถเลยสโมสรเข้ามา จอดข้างทางหน้าร้านขายก๋วยเตี๋ยว กระจกข้างถูกเลื่อนลง คุณป้าขายก๋วยเตี๋ยว มองลอดแว่น แล้วชะเง้อออกไปทางสโมสร แก้วพยักหน้า “ไม่เห็นนะ ยังไม่เห็นเดินกลับมา” “ขอบคุณค่ะ” แก้วถอยรถ เพื่อขับกลับไปที่สโมสร เกือบหกโมงเย็น… คนเริ่มมาใช้บริการในร้านอาหารสโมสรมากขึ้น แก้วเดินเข้ามา มองผ่านด้วยสายตา ไม่มีใครในนี้ใส่เสื้อสีส้ม หรือว่า คุณหมออาจจะอยู่ในห้องน้ำก็เป็นได้ แก้วถือโอกาสฆ่าเวลา เดินไปที่เคาน์เตอร์ สั่งน้ำผลไม้ปั่น แล้วหยิบหนังสือพิมพ์มานั่งอ่านที่โต๊ะ ลมเย็น ๆ โชยมาเอื่อย ๆ น้ำผลไม้ปั่นมาเสิร์ฟแล้ว รสชาติสับปะรดปั่นที่เธอชอบวิ่งผ่านลำคอ ความอร่อย และ สดชื่นทำให้เธอต้องหลับตาดื่มด่ำ เธอลืมตามาพร้อมกับเห็นชายหนุ่มที่ยืนข้างสนามเทนนิส ใส่เสื้อกล้ามสีขาวกางเกงขายาวสีน้ำตาล ยืนจ้องมาที่เธอ
เป็นเวลาเกือบสิบนาทีแล้ว ไม่มีใครเดินออกมาจากห้องน้ำชาย คุณหมออาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้ แก้วหยิบโทรศัพท์มือถือโทรเข้าบ้าน “แม่คะ แก้วยังไม่เจอหมอเลย เค้าคงกลับบ้านไปแล้วมั้ง” “ยังหรอก กลับได้ยังไง กระเป๋าสะพายของหมอยังวางอยู่ที่นี่เลย” “อ้าว… เหรอคะ แล้วคุณหมอมีมือถือหรือเปล่า ?” “ไม่รู้ แม่ไม่รู้เบอร์ของหมอหรอก แต่ไม่น่าจะไปไหนไกลนะ คงอยู่แถว ๆ สโมสรนั่นแหละ” “ค่ะ ๆ แม่… แล้วหมอบอกว่าแก้วต้องทำยังไงบ้าง ? ต้องให้หมอตรวจอีกทีหรือเปล่า ?” “ก็ถ้าเจอตัวก็จะตรวจได้ตรงกว่า หมอบอกว่าให้ถ่ายพยาธิสี่วันติดกัน แล้วอาการจะดีขึ้น เรื่องอื่นอยากให้เจอตัวค่อยตรวจจะตรงกว่า เค้าว่างี้นะ” “พยาธิเหรอ ? อือ… แก้วก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้มาก่อน แก้วจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ถ่ายพยาธิเป็นสิบปีแล้วหรือเปล่าไม่รู้” “ไม่เคยเลยหนู แม่ไม่เคยให้หนูถ่ายพยาธิเลย หมอบอกว่าคนไทยน่ะ ติดพยาธิเป็นปกติ ถ่ายออกไป ไม่ถึงเดือน ก็ติดพยาธิอีกแล้ว มันอยู่ในอาหาร อากาศ แล้วก็พวกหมาแมวแถว ๆ บ้าน เวลาถ่ายออกมา แห้งแล้วไข่พยาธิก็ปลิวในอากาศ” “ค่ะ แต่หมอยังไม่ได้เจอแก้ว หมอรู้ได้ยังไงว่าแก้วมีพยาธิ หรือว่า เป็นหลักสถิติ ?” “หมอใช้ลูกดิ่งน่ะ แก้วต้องเห็นเอง แม่อธิบายไม่ถูกหรอก ไม่ต้องเจอตัว ตรวจผ่านรูปภาพได้” ลูกสาวหัวเราะ แก้วเดินออกจากห้องอาหารสโมสร มาที่ข้างลานสนามบาส มีเก้าอี้สองตัวตั้งอยู่ ไม่มีใครนั่ง ลมโกรกมาเอื่อย ๆ เธอทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ มองไปที่สนามบาส ใต้แป้นบาส ชายหนุ่มใส่เสื้อกล้ามคนเมื่อครู่ กำลังเล่นบาสกับเด็กอีกสามคน “โอ้ย ๆๆๆ นี่ ๆ ไอ้ตัวเล็ก อย่าเหยียบเส้น โกงตั้งแต่เด็ก” เด็กชายจอมโกงอายุประมาณไม่ถึงสิบขวบถือลูกบาสในมือ หัวเราะคิกคัก เขาถอยไปหลังเส้น แล้วกระโดดชู้ต ลูกกระทบแป้น แต่ไม่ลงห่วง น้องสาวคนสุดท้องยืนจุ๊ปากเสียดาย เด็กชายอีกคนโตกว่า อายุประมาณสิบกว่าขวบ วิ่งไปเก็บลูกบาส เดินเลี้ยงลูกเข้ามาใต้แป้น “หึ ๆ เรียกว่าปู่ ทะลึ่ง รีบ ๆ ชู๊ตไปเลย เสียเวลา หิวจะตายแล้ว” เขาจับลูกบาสท่างทางทะมัดทะแมง ยกลูกขึ้นเหนือหัว เล็ง แล้วปล่อยลูกบาส ลูกลอยลิ่วกระทบขอบห่วงเล็กน้อย แล้วมุดลงในห่วง
ลูกกระดอนมาที่หนุ่มเสื้อกล้าม เขาจับลูกไว้ ทำจมูกหึ่ง แล้วมองค้อนไปที่คนชู๊ต เด็กทั้งสามคนหัวเราะสีหน้าของเขา เขาโยนบาสกลับมาให้ ตาเหลือบมองกระป๋องน้ำอัดลมที่วางอยู่ใต้แป้นบาส พร้อมกลืนน้ำลาย ไอ้หนูรับลูกบาส แล้วเดินเลื่อนไปที่ขั้นสาม เล็ง แล้วชู๊ต ลูกลอยกระทบแป้นแล้วลงห่วงทันที หนุ่มเสื้อกล้ามยืนเกาหัว พี่ชายคนโตยืนถือลูกบาสอยู่ที่ขั้นสี่ เล็ง หนุ่มเสื้อกล้าม หลับตาแช่ง เสียง ‘ซ่วบ’ ดังมาจากห่วง เขาลืมตาขึ้น เห็นลูกบาสร่วงลงใต้แป้น
เขาเริ่มโวยทันที สามพี่น้องหัวเราะลั่น “เข้าข้างกันนี่หว่า ยังไม่ทันลืมตาเลย ชู๊ตได้ไง มองไม่เห็น เอาใหม่ ชู๊ตใหม่” น้องชายคนรอง วิ่งมาทางแก้ว แล้วชี้มือ หนุ่มเสื้อกล้ามเดินเข้าตรงเข้ามาหาเธอ แก้วพยักหน้า เขาขยิบตาข้างหนึ่งให้เธอ เป็นสัญญาณให้เธอช่วยโกหกให้หน่อย แก้วตอบสวนกลับไป “เฮ… เห็นป่าว ? ลูกลงแล้ว” สามพี่น้องเฮกันต่อ หนุ่มเสื้อกล้ามมองหน้าแก้ว แล้วชี้มือ “อ้าว” เธอสั่นหัว แล้วหัวเราะหึ ๆ นายนี่ท่าจะเพี้ยน แล้วเขาก็หันหลังเดินกลับไป พี่ชายคนโตยืนรออยู่ที่จุดโทษ รอชู๊ตลูกต่อไป เขาเคาะลูกบาสลงพื้นสองสามที เขาปล่อยลูกบาสออกจากมือ ลูกบาสลอยไปกระทบขอบห่วง แล้วกระเด็นออก ตกที่พื้น กระดอนออกไปนอกสนาม หนุ่มเสื้อกล้ามหัวเราะลั่น แล้วปรบมืองอตัว ตะโกนลั่น เหมือนเด็ก ๆ สองพี่น้องวิ่งไปเก็บลูกบาส ทิ้งน้องสาวคนสุดท้องไว้ใต้แป้นบาส หนุ่มเสื้อกล้ามเห็นทางโปร่ง รีบวิ่งมาใต้แป้นบาส เขาจับไหล่ของน้องสาวคนเล็ก หนูน้อยยิ้ม หันไปมองทางพี่ชายทั้งสอง ทันใดนั้น เขารีบหยิบกระป๋องน้ำอัดลมใต้แป้นบาส แล้วเปิดฝา ยกขึ้นดื่ม เสียงเปิดฝากระป๋อง ทำให้สาวน้อยหยุดวิ่ง หันกลับมามอง แล้วเธอก็หัวเราะลั่น ชี้มือมาที่ขโมย “ขโมย คุณปู่ขโมยกินเป๊บซี่ ขโมย” เขาสะดุ้ง แล้วรีบวางกระป๋องลง น้ำอัดลมเลอะขอบปาก ยกนิ้วชี้ขึ้นปิดปาก เป็นสัญญาณให้หนูน้อยเงียบเสียง เด็กน้อยยืนหัวเราะ เขาเห็นหนูน้อยเริ่มเงียบ ก็หยิบกระป๋องขึ้นมาดวดต่อจนหมดไปครึ่งกระป๋อง แก้วนึกขำจนหัวเราะเบา ๆ ออกมา หนุ่มเสื้อกล้ามหันมามอง ทำตาค้อน แล้วเขาก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ วางกระป๋องซุกไประหว่างกระป๋องน้ำอัดลมที่เหลือ แล้วเดินตรงไปยังหนูน้อย “น่ารักมาก เราเป็นพวกเดียวกัน เดี๋ยวพอพี่มีเงินแล้ว จะให้ยี่สิบบาท โอเค๊” หนูน้อยพยักหน้า แล้วหัวเราะ สองพี่น้องเดินกลับมาพร้อมลูกบาส “มาเล่นต่อได้เลยปู่ รีบ ๆ เล่นจะได้กินน้ำฟรีซะที” หนุ่มเสื้อกล้ามยืนอมยิ้ม หรี่ตา น้องชายคนรองกาหัว “เอ๊อะ มีกฏที่ไหนบอกว่าไม่เล่นต้องปรับแพ้ ?” “สัญญาแล้ว ไม่ใช่ลูกผู้ชายนี่หว่า” น้องชายคนรองยังเถียง “ใครบอกว่าใช่ล่ะ ? ” “อ้าว… ถ้าไม่ยอมซื้อน้ำมาเลี้ยง เราจะร้องให้คนมาช่วย” เขาอ้าปากจะร้อง หนุ่มเสื้อกล้ามรีบวิ่งมาปิดปาก เด็กทั้งสามหัวเราะคิกคัก พี่ชายคนโตเดินไปดูที่ใต้แป้นบาส แก้วขำจนหัวเราะ เด็กทั้งสามคนวิ่งมารุมหนุ่มเสื้อกล้าม ตะโกนโหวกเหวกลั่นสนามบาส เธอลุกจากเก้าอี้ แล้วเดินเลียบริมสนามบาสเข้าไปในสโมสร เธอเห็นโต๊ะอาหารที่มีชายอายุประมาณสี่สิบกว่า ใส่แว่น นั่งอยู่คนเดียว ถึงแม้เขาจะใส่เสื้อเชิร์ทสีฟ้า ไม่ใช่สีส้ม แต่เธอก็น่าจะถาม คงไม่เสียหายอะไร ชายหนุ่มสั่นหัว “ค่ะ ขอโทษค่ะ” …น่าจะกลับไปรอคุณหมอที่บ้านดีกว่า ยังไงคุณหมอก็คงต้องกลับที่นั่นเพื่อเก็บข้าวของอยู่ดี แก้วเดินออกมาหน้าสโมสร หยุดยืนมองให้ทั่วอีกครั้ง แก้วรีบวิ่งตามออกไป ชายหนุ่มยังเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนเธอวิ่งถึงตัว “เปล่า ผมไม่ใช่หมอ” เขาไม่หยุดเดิน เธอรีบก้าวท้าวให้ทัน ในใจนึกค้าน หน้าตายังอ่อนขนาดนี้ บุคลิกไม่ต่างกับเด็ก สำเร็จเป็นหมอได้แล้วหรือ “แต่คุณใส่เสื้อสีส้ม คุณเป็นหมอใช่มั้ย ?” เขาก้มลงมองหน้าเธอ แก้วพูดเสียงดังไล่หลัง “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เขาเดินต่อไป โดยไม่หันหลังกลับมา “ฉันเป็นลูกสาวของคุณแม่จันทนีย์ ออกมารับคุณค่ะ” ได้ผล เขาหยุดเดินทันที แล้วหันกลับมา “ค่ะ คุณใส่เสื้อสีส้ม แม่บอกให้มารับคุณกลับไปที่บ้าน ไม่ต้องเดินกลับไป” เขายิ้มแล้วเดินเข้ามาหา “กี่โมงแล้วครับ ?” เธอยกข้อมือขึ้นดูเวลา เขาพยักหน้ารับรู้ เธอรีบเปิดกระเป๋าเงิน แล้วควักแบงค์ร้อยยื่นให้ อีกฝ่ายรีบรับเงิน แล้ววิ่งตะโกนลั่น แก้วทำหน้าเหรอหรา วิ่งตามไป เขาตะโกนกลับ เธอยังวิ่งตามหลัง หนุ่มเสื้อกล้ามวิ่งถึงสนามบาสแล้ว เด็กทั้งสามวิ่งมาห้อมล้อมทันที เขาหันหน้ามาทางแก้ว ซึ่งเปลี่ยนจากวิ่ง มาเดินหอบอย่างช้า ๆ เธอได้ยินชัด ตะโกนกลับ
“ผมไม่ใช่หมอ” แก้วขมวดคิ้ว พยักหน้ารับ เขาจะเป็นอะไรก็ช่างเถอะ ถ้าเขาช่วยให้คุณแม่เธอดีขึ้นได้ภายในวันเดียว เขาก็คือหมอสำหรับเธอ เธอสาวเท้าให้เร็วขึ้น มุ่งหน้าตรงไปสนามบาส __________________________________________________________________________________________ โดย วีรยาติ กลับขึ้นด้านบน สมัครสมาชิก เว๊บบอร์ดที่นี่ (หากไม่สมัครสมาชิก จะโหวต หรือ แสดงความคิดเห็นไม่ได้) และ อ่าน หรือ แสดงความคิดเห็นที่นี่ |
|||||||
|
|||||||
![]() |
|||||||
![]() |